วันนี้วันที่8ธันวาคม เมื่อวานมาก แต่ที่เหนื่อยไม่ใช่ร่างกายแต่เป็นใจดวงนี้ ได้แต่รอ รอ รอ และก็รอ รอที่จะมอบของขวัญให้กับเธอ รู้ไหมว่าเรารอที่จะให้ของขวัญกับเธอ เรามารอหน้าหมู่บ้านของเธอตั้งแต่บ่ายสองโมงครึ่ง เธอยังก็ไม่มา หนึ่งข้อความที่ส่งไป…ไม่มีการตอบรับ หนึ่งmiss call ที่โทรหา…ไม่มีข้อความหาถึง 1ชั่วโมงที่ผ่านไป…เราก็ยังรอเธอด้วยความหวัง รอแล้ว…รออีก 1ชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงผ่านไป สามชั่วโมงผ่านไป สี่ชั่วโมงผ่านไป หกโมงครึ่งแล้ว หรือว่าเธอเพิ่งจะขึ้นเครื่อง ไม่เป็นไรเดี๋ยวเธอก็มา หนึ่งทุ่มผ่าน… สองทุ่มผ่านไป อากาศเริ่มเย็นแล้ว มันช่างเงียบเหลือเกิน ท้องก็เริ่มหิว แต่ถ้าจะลุกออกไปจากตรงนี้ถ้าเธอมา แล้วจะทำยังงัย เกือบ10ข้อความ เกือบ10miss call ความหวังน้อยๆที่หวังว่าอยากจะให้ของขวัญเธอด้วยตัวเองมันเริ่มเหลือน้อยลง อีก รอจนสามทุ่ม ประตูทางออกหน้าหมู่บ้านของเธอก็ปิด หนาว…ง่วง…เหงา เมื่อไหร่เธอจะมา มองรถคันแล้วคันเล่าที่ผ่านเข้าหมู่บ้านเผื่อจะเป็นเธอ แต่ก็ไม่ใช่เลยซักคัน สามทุ่มครึ่งแล้ว อีกหนึ่งข้อความที่ส่งให้กับอีก1ครั้งที่โทรหา ความหวังครั้งสุดท้าย หวังว่าเธอจะรับสาย…แต่ก็เปล่าเลย ไม่มีคนตอบรับ เธอคงไม่กลับบ้านสินะวันนี้ สุดท้ายของขวัญที่อยากให้เธอกับมือก็ทำไม่ได้ สัญญาที่จะออนเอ็มคุยกันคืนนี้ก็ผิดสัญญา แถมจำนวนครั้งที่โทรหา กับข้อความที่ส่งถึงคงทำให้เธอรำคาญน่าดู เดินทางกลับหอกึงเกือบๆเที่ยงคืน รู้สึกผิดที่กลับมาก่อน ผิดที่ทำไมไม่รอต่อไปนะ แต่ไม่ไหวแล้วจริงๆ คอนแทคเลนส์เริ่มแห้ง ตาเริ่มเบลอ คืนนั้นเธอจะรู้ไหมว่าเรานอนฝันร้าย รู้สึกตัวอีกทีก็หกโมงสิบสอง รีบหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เจอข้อความจากเธอ ข้อความนั้นบอกว่า “ขอโทษ เราหลับอ่ะ” เราควรจะดีใจหรือเสียใจดี สมองยังไม่ทันคิดคำตอบ แต่น้ำตามันล้นออกมา เธอคงเหนื่อยมากสินะ ขอโทษนะที่เมื่อวานรบกวนเธอ